หุ้น SCC วันนี้อาจตกเยอะตามตลาด ตกไปต่ำกว่า 300 แต่ถ้าจะเข้าซื้อวันนี้เพื่อหวัง rebound พรุ่งนี้ยังมีความเสี่ยงอยู่พอสมควรนะครับ
จริงอยู่ที่โอกาสหุ้นจะ rebound
พรุ่งนี้หรือมะรืนนี้มีอยู่พอสมควร แต่ถ้าเด้งก็ไม่น่าจะเด้งมากกว่าที่ตกลงมา เพราะฉะนั้นถึงซื้อแล้วเด้งจริงก็อาจจะได้กำไรไม่มาก ยกเว้นมีข่าวดีที่ไม่คาดคิดมาก่อนซึ่งในระยะสองสามวันนี้ยังไม่น่าจะมี ทั้งในประเทศซึ่งเหตุการน้ำท่วมก็ยังไม่น่าจะจบภาพในวันสองวันนี้ รวมถึงปัจจัยภายนอกอย่าง europe ก็จะมีการประชุมเรื่องหนี้ตั้งปลายสัปห์ดา
Tuesday, November 29, 2011
ตอนนี้ถ้าเป็นไปได้ให้ถือเงินสดในพอร์ตหุ้นอย่างน้อย 30% - 50%
ดูแล้วถ้ายุโรปยังไม่ ถึงขั้นแตกหัก (ถ้าเกิดหุ้นคงจะร่วงหนัก) หุ้นก็คงจะค่อยๆขึ้นไปเรื่อยๆในระยะกลาง เพราะตอนนี้ราคาหุ้นถูกลงพอสมควรจากความกลัวของนักลงทุน ซึ่งก็คงจะมีข่าวร้ายออกมาเป็นระยะทำให้ราคาหุ้นลดลงไปบ้างแต่โดยรวมถ้ายัง ไม่ถึงขั้นที่ช่วยยุโรปเอาไว้ไม่ได้แล้วจริงๆหุ้นก็น่าจะค่อยๆขึ้นไปโดยรวม ยิ่งตอนนี้ราคาถูกผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมในประเทศ ซึ่งเมื่อผ่านไปได้ก็น่าจะช่วยให้ราคาขึ้นมาอีกพอสมควร
สำหรับคนที่มีเงินสดอยู่ 100% อาจจะคอยซื้อซัก 25% ตอนวันที่มีข่าวร้ายย่อยๆแล้วช้อนหุ้นที่ตกพอสมควรในวันนั้น (ถ้าเป็นข่าวร้ายใหญ่อาจต้องดูอีกที) เพื่อเราจะได้ไม่เสียโอกาสถ้าปัญหาในยุโรปสามารถแก้ใขได้แล้วไม่เกิดเหตุการ แบบ Subprime
สำหรับใครที่มีหุ้นอยู่เกือบทั้งหมดของ พอร์ต รอจังหวะวันไหนที่หุ้นขึ้นพอสมควรแล้วดูหุ้นในพอร์ตตัวไหนที่ตกลงไปน้อยจาก ช่วงที่ซื้อไว้สูงๆ แล้วขายออกไปบ้าง
ให้มีเงินสดเหลืออยู่อย่างน้อยซัก 30% เพื่อที่จะได้มีเอาไว้ช้อนหุ้นถ้าเกิดยุโรปเจ๊งจริงๆแล้วหุ้นตกหนัก
หุ้นแตกพาร์คืออะไร
นี่เป็นคำถามที่หลายๆคนที่ยังใหม่อยู่กับตลาดหุ้นอาจสงสัย
ปรกติเวลาซื้อหุ้นนั้นเราจะต้องซื้ออย่างน้อยครั้งละ 100 หุ้น
(ยกเว้นถ้าราคาของหุ้นตัวนั้นสูงกว่า 500 ติดต่อกันมาเป็นเวลานานก็จะสามารถซื้อได้ทีละ 50 หุ้น)
สมมุติบริษัทๆหนึ่งมีหุ้นอยู่ทั้งหมด 1000 หุ้น
ตอนแรกราคาหุ้นละ 50 บาท ที่ราคานี้เวลาจะซื้อหุ้นบริษัทนี้เราจะต้องใช้เงินอย่างน้อยครั้งละ
5000 บาท (100 หุ้น)
ถ้าผ่านไปซักระยะหนึ่งธุรกิจของบริษัทนี้ไปได้ดีแล้วราคาหุ้นขึ้นไปเป็นหุ้นละ 400 บาท
ตอนนี้จะซื้อหุ้นบริษัทนี้ทีนึงต้องใช้เงินถึง 40,000 บาท
ซึ่งถือว่าเป็นเงินไม่น้อยสำหรับนักลงทุนรายย่อยหลายๆคน
เมื่อเงินที่ต้องใช้ซื้อขายแต่ละครั้งค่อนข้างสูงหลายๆคนอาจจะเลิกซื้อขายหุ้นตัวนี้แล้วหันไปลงทุนตัวอื่นทำให้สภาพคล่อง
(ปริมาณการซื้อขาย) ของหุ้นตัวนี้ลดลงอย่างมากซึ่งก็จะทำให้การซื้อขายลำบาก
หุ้น SSC แล้วใครจะขาย Pepsi
ในที่สุดหลังจากที่มีเรื่องกันมานาน
ก็จบลงด้วยการที่บริษัทเสริมสุขดำเนินการซื้อหุ้นจาก Pepsico (Pepsi) มาทั้งหมดและต่อไปก็คงจะไม่ผลิตและจำหน่าย
Pepsi อีกต่อไป
คำถามที่เกิดขึ้นก็คือ "แล้วใครจะเป็นคนขาย Pepsi หล่ะ?"
ถ้าจะบอกว่าจะไม่มี
Pepsi ขายในประเทศไทยอีกต่อไปก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะ Pepsico คงไม่ยอมแน่เพราะประเทศไทยนั้นเป็นเพียงหนึุ่งในไม่กี่ประเทศที่
Pepsi ขายดีกว่า Coke เพราะฉะนั้นเรามาดูทางเลือกของ Pepsico กันดีกว่า
หุ้น TF ขึ้นเร็วกว่าที่คิด
จากกระทู้เก่าที่เคยพูดถึงหุ้น TF ว่าควรจะซื้อเอาไว้
(หุ้นมาม่า)
http://stupidstocktrader.blogspot.com/2011/11/tf.html
ตอนนั้นราคาอยู่ที่ไม่ถึงหุ้นละ 100
บาท แต่ตอนนี้ราคาขึ้นไปเร็วและมากกว่าที่คาดไว้เยอะเลย
ล่าสุดวันนี้ขายอยู่ที่ 107 บาท
หุ้น BMCL กับ BTS (รถใต้ดิน รถไฟฟ้า)
พอดีลองไปดูข้อมูลธุรกิจสองตัวนี้มา
โอดูไม่จืดเลยทีเดียว หนี้ก็เยอะ กำไรก็ไม่เยอะสำหรับ BTS ส่วน
BMCL นี่ขาดทุนมาตลอดเลย
แต่ผมว่าสองตัวนี้ก็ยังเป็นหุ้นที่น่าสนใจอยู่นะ
เพราะว่าตอนนี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการ turn around ของธุรกิจสองตัวนี้
และราคาหุ้นตอนนี้ก็ต้องถือว่ายังไม่ได้แพงเหมือนตัวอื่น
(ก็แน่ล่ะบัญชีดูไม่จืดซะขนาดนั้น)
ถ้าดูจากเมืองอื่นๆที่พัฒนาไปก่อนเราใน
ที่สุดแล้วรถไฟฟ้าหรือรถใต้ดินก็ต้องกลายมาเป็นทางเลือกหลักอันหนึ่งสำหรับ
การเดินทางของคนเมือง
ซึ่งตอนนี้ปัจจัยหลายๆอย่างก็เริ่มทำให้คนกรุงเทพๆหลายๆคนเปลี่ยนมาใช้
รถไฟฟ้ากันแล้ว ทั้งราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ที่จอดรถที่หายากขึ้นเรื่อยๆ
และการเชื่อมต่อของเครือข่ายรถไฟฟ้าที่มากขึ้นทำให้เดินทางไปถึงหลายที่มากๆ
แต่ที่ธุรกิจสองตัวนี้รายได้จะเพิ่มขึ้น
อันนั้นไม่แปลก แต่ว่ามันจะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดได้ไหม
เพราะถ้าดูจากสภาพตอนนี้แล้วคงจะต้องเพิ่มขึ้นเยอะพอสมควรเพื่อที่จะคุ้มกับ
การลงทุน
มี Portfolio หุ้นกับเขาสักที
หลังจากที่มีความคิดว่าจะเปิด Portfolio
หุ้นมานาน แต่ด้วยความ "ขี้เกียจ" แบบหาใครเทียบไม่ได้
พอจะไปเปิดทีไรแค่เห็นเอกสารต่างๆที่ต้องกรอกก็ท้อแท้ไม่ได้เปิดสักที แต่ในที่สุดเมื่อไม่นานมานี้ตัดสินใจว่าจะต้องเปิดจริงๆซะทีแล้ว
ก็เลยกัดฟันทำเอกสารต่างให้เสร็จแล้วก็ให้ทาง Broker เริ่มดำเนินการเปิด
Portfolio ให้
แล้วในที่สุดตอนนี้ก็ได้มี Port เป็นของตัวเองแล้ว...เอแต่ไม่รู้ว่าควรจะดีใจรึเปล่าเพราะถึง
Port มันจะทำให้เงินของเรางอกเงยได้
มันก็ทำให้เงินของเราหดหายได้เหมือนกัน
Subscribe to:
Posts (Atom)