Showing posts with label ICHI. Show all posts
Showing posts with label ICHI. Show all posts

Tuesday, July 16, 2013

หุ้น อิชิตัน Ichitan (ICHI) น่าลงทุนไหม ธุรกิจเป็นยังไง

อีกสักพักบริษัท อิชิตัน ก็จะมีการทำ IPO เข้าตลาดหุ้นภายใต้ตัวย่อ ICHI (ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง) ถ้าผมจำไม่ผิดเห็นคุณตันเคยบอกไว้ว่าน่าจะเป็นวันที่ 11/12/2013 ซึ่งก็เหลืออีกไม่ถึงครึ่งปี วันนี้ก็เลยอยากจะพูดถึงบริษัทนี้เล็กน้อยจากข้อมูลต่างๆที่ผมได้สัมผัสมา คงจะเป็นการพูดถึงคร่าวๆที่ไม่ได้ลงรายละเอียดทางตัวเลขนะครับเพราะตอนนี้คงยังจะเร็วเกินไป

ก่อนอื่นผมได้ฟังสัมภาษณ์ของคุณตันที่พูดถึงเหตุผลที่จะเอาบริษัท อิชิตัน เข้าตลาดหุ้น เห็นเขาบอกมาสามอย่างหลักๆ อย่างแรกคือเอาเงินไปใช้หนี้ธนาคารเพื่อจะได้ลดค่าใช้จ่ายทางด้านดอกเบี้ยที่มีอยู่ตอนนี้ ซึ่ง ณ ตอนนี้น่าจะเป็นปีแรกที่บริษัทกลับมามีกำไร ถ้าไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยบริษัทน่าจะมีกำไรมากขึ้นอีก ซึ่งจุดนี้ก็เป็นเหตุผลที่เข้าใจได้ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นเหตุผลที่นักลงทุนอาจจะได้ยินมากที่สุด เพราะการใช้หนี้ดอกเบี้ยนั้นเป็นแค่ One Time Gain คือสมมุติตอนนี้ต้องจ่ายดอกเบี้ยอยู่ปีละ 20 ล้านบาทก็จะไม่ต้องจ่ายแล้วแต่มันก็จบอยู่แค่นั้นไม่ได้เป็นการลงทุนที่งอกเงยขึ้นเรื่อยๆ

อย่างที่สองคุณตันบอกว่า "อาจจะ" ซื้อเครื่องจักรเพิ่ม ซึ่งตอนสร้างโรงงานคุณตันบอกว่าได้เผื่อพื้นที่สำหรับลงเครื่องจักรเพิ่มเอาไว้แล้ว ถ้าเอาเงินไปลงตรงนี้จริงๆเพราะว่าตอนนี้ขายดีจนเกินกำลังการผลิตก็คงจะเป็นสิ่งที่นักลงทุนทุกคนต้องการ แต่ฟังจากน้ำเสียงและการพูดของคุณตันแล้วดูเหมือนตรงนี้จะไม่ใช่เหตุผลหลัก

เหตุผลสุดท้าย และอาจจะเป็นเหตุผลที่น่ากังวลที่สุดสำหรับนักลงทุนคือเมื่อคุณตันพูดว่า "ผมยืมเงินภรรยามา 2,000 ล้าน มาลงที่บริษัท อิชิตัน ก็ต้องเอาเงินไปคืนภรรยาด้วย" อืมอันนี้ความหมายตรงๆเหมือนจะเป็น "ผมลงเงินไป 2,000 ล้านก็จะขอถอนทุนคืน" ซึ่งผมก็แปลกใจที่เขาพูดออกมาค่อนข้างตรงๆแบบนี้ หรืออาจเห็นว่าเมื่อเข้าตลาดหุ้นแล้วตัวเลขการเงินออกมายังไงทุกคนก็ต้องเห็นอยู่ดี ซึ่งผมก็ไม่โทษคุณตันหรอกที่ทำแบบนี้ ถ้าผมเองเป็นเจ้าของบริษัทที่อยู่ในธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงมากและยังไม่รู้ว่าบริษัทของเราท้ายที่สุดแล้วจะเป็นผู้ชนะหรือเปล่า ผมก็คงจำกัดความเสี่ยงโดยการ Cash In บางส่วนก่อนแล้วก็เก็บหุ้นไว้อีกส่วนหนึ่ง ทีนี้ถึงบริษัทจะแพ้คู่แข่งเราเองก็ยังได้เงินคืนมาแล้ว ส่วนถ้าบริษัทชนะเราก็ยังเป็นเจ้าของอยู่ส่วนหนึ่ง เรียกว่า Win Win แต่ในฐานะของนักลงทุนธรรมดาคงต้องมองความเสี่ยงต่างกัน เพราะถ้าบริษัทเจ๊งเราก็จะไม่เหลืออะไรเลย


ทีนี้มาดูในส่วนของธุรกิจของอิชิตันกันบ้าง ผมเชื่อว่าทุกๆคนก็คงคุ้นเคยกับธุรกิจของเขาในระดับนึง พูดง่ายๆก็คือโออิชิทำอะไรอิชิตันก็ทำตรงนั้นแหละโดยที่พยามจะทำให้ดีกว่าเหมือนกับว่ามีความแค้นส่วนตัวกันมาก่อน (เอหรือว่าจะมี)

ส่วนแรกแน่นอนก็คือฝ่ายเครื่องดื่มซึ่งต้องบอกว่าตอนนี้มาแรงจริงๆ ยอดขายเรียกว่าขึ้นมาเทียบกับโออิชิได้อย่างรวดเร็ว และตอนนี้ด้วย Promotion แรงๆเห็นคุณตันบอกว่าจากที่เคยมีขายอยู่ใน 40% ของร้านค้าทั้งหมดตอนนี้เพิ่มขึ้นมาเป็น 70% กว่าแล้วซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับบริษัท แต่สำหรับนักลงทุนอาจจะต้องดูว่าถ้าตอนนี้มีขายอยู่ใน 70% กว่าของร้านค้าแล้วจะเหลือพื้นที่ให้โตไปได้อีกแค่ไหน ถ้าโตจากพื้นที่การขายไม่ได้แล้วก็ต้องโตโดยแย่ง Market Share จากแบรนด์อื่นๆ ซึ่ง ณ ตอนนี้ที่อิชิตันมี Promotion แรงขนาดนี้และกระแสของตัวคุณตันก็ดี ลูกค้าที่ยังไม่ยอมดื่มอิชิตันอีกก็ไม่รู้ว่าจะมาเลือกดื่มตอนไหน เพราะฉะนั้นจากนี้ Market Share จะโตได้อีกแค่ไหนก็อาจจะต้องดูดีๆ

ในขณะที่ฝ่ายเครื่องดื่มเป็นพระเอก ฝ่ายร้านอาหารของอิชิตันตอนนี้ยังไม่โดดเด่นเท่าไหร่ และตอนนี้ยังมีอยู่ไม่กี่สาขา ถ้าใครเคยไปกินร้านอาหารของอิชิตันคงจะทราบว่าก็เป็นเหมือนของโออิชิ คือเป็นบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น แต่เหมือนคุณตันจะพยายามทำให้ดีกว่าในราคาที่เท่าๆหรือถูกกว่า  คือของจะใช้ดีกว่าหน่อย อาหารก็ไม่ต้องเดินไปตักเองแต่จะเป็นแบบสั่งเอาแล้วทำกันสดๆหมด ซึ่งผมก็เคยไปกินมาสองสามครั้งก็รู้สึกชอบมากกว่าร้านของโออิชิ และที่สำคัญขายดีมากทุกสาขา ผมจึงแปลกใจมากเมื่อได้พูดคุยกับเพื่อนที่ทำงานอยู่ในฝ่ายนี้ว่ากำไรแค่พออยู่ได้แต่ก็เหนื่อย (อันนี้คำพูดของเขา) คือในร้านอาหารแบบนี้ Margin ก็จะค่อนข้างน้อยอยู่แล้ว แต่เนื่องจากพยายามจะทำให้ดีกว่าของโออิชิจึงทำให้ Margin น้อยเข้าไปอีก และปัญหาที่ตามมาก็คือไม่สามารถจ้างพนักงานเยอะเกินไปเพราะจะทำให้ไม่คุ้ม และเนื่องจากร้านจะทำทุกอย่างสดๆบวกกับเป็นแบบสั่ง คือพนักงานจะต้องเอาของไปเสริฟทุกอย่าง จึงทำให้งานโหลดมาก ทั้งพนักงานเสริฟและคนทำอาหาร (เห็นบอกว่าปั้นซูชิกันจนมือหงิก)

ถ้ามองในแง่ดีก็อาจจะมองได้ว่าฝ่ายร้านอาหารยังมีโอกาสโตได้อีกเยอะ ถ้าจัดระบบให้ได้เข้าที่เข้าทางกว่านี้เพื่อให้ได้ Margin ที่ดีขึ้น และก็ยังเหลือพื้นที่ให้ขยายได้อีกเยอะเพราะตอนนี้ยังมีอยู่ไม่กี่สาขา แต่สำหรับผมตลาดธุรกิจร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อสี่ห้าปีก่อนแล้ว ตัวเลือกและราคาจากร้านอื่นๆมีมากมาย ขนาดร้านของโออิชิเองที่อยู่ตามที่ต่างๆก็ไม่ได้ขายดีเท่าไหร่ การที่ร้านอิชิตันจะขยายได้อย่างประสบความสำเร็จนั้นไม่ใช่ง่ายและคู่แข่งหลักก็คงไม่ใช่จากร้านของโออิชิซะด้วย

แต่ความเสี่ยงสูงสุดของการลงทุนใน Ichitan นั้นผมมองว่ามาจากตัวของคุณตันเอง การที่แบรนด์ของบริษัทถูกผูกติดไว้มากกับตัวคุณตันนั้นเป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน ต้องยอมรับว่า ณ ตอนนี้หลายๆคนที่อุดหนุนอิชิตันและเปลี่ยนจากดื่มโออิชิมาดื่มอิชิตันเป็นเพราะความชื่นชอบในตัวคุณตัน เรียกว่าการทำมาร์เก็ตติ้งนั้นโปรโมทตัวคุณตันพอๆกับโปรโมทแบรนด์อิชิตันเลย ซึ่งถ้าวันไหนวันหนึ่งเกิดมีข่าวอะไรที่กระทบกับภาพลักษณ์ของคุณตัน หรือเขาพลาดไปทำอะไรที่ทำให้เสียภาพพจน์แล้วล่ะก็ ธุรกิจอาจได้รับความเสียหายอย่างมากเพียงชั่วข้ามคืน ซึ่งเราก็เคยเห็นมาแล้วกับผู้มีชื่อเสียงหลายๆคน บวกกับที่ผ่านมาการที่ใช้วิธีมาร์เก็ตติ้งแบบนี้ก็ทำให้มีคน "หมั่นไส้" คุณตันไม่น้อยอยู่เหมือนกันซึ่งคนเหล่านี้ก็คงพร้อมซ้ำเติมอยู่แล้วถ้าเกิดอะไรแบบนี้ขึ้นมา